ความฝันอยากมี blog เป็นของตนเอง

2553/05/29

Adjectives articles a-an-the

Adjectives ( articles -a/an )

Articles เป็นคำคุณศัพท์อย่างหนึ่ง การเรียน Articles ต้องทำความเข้าใจควบคู่ไปกับเรื่องนามนับได้ ( Countable Nouns ) และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างสับสนสำหรับผู้เรียนซึ่งที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ( Non-native speakers of English ) หรือเรียนภาษาอังกฤษ เป็นภาษาต่างประเทศ ( English as a Foreign Language ) เนื่องจากเป็นเรื่องที่มักจะตัดสินใจยากว่าอะไรเป็นนามนับได้ และอะไรเป็นนามนับไม่ได้ บางครั้งคำเดียวกันสามารถเป็นได้ทั้งสองอย่าง เป็นเรื่องที่มีกฎเกณฑ์มาก และขณะเดียวกัน ก็มีข้อยกเว้นมากเช่นกัน ต้องอาศัยความจำและประสบการณ์ ในการใช้ภาษา เป็นเวลานานจึงจะสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง

หลักการใช้ article นำหน้านาม คือ

เมื่อกล่าวเป็นการทั่วไป นามนับได้เอกพจน์ จะต้องมี a หรือ an นำหน้าเสมอ
นามพหูพจน์และนามนับไม่ได้ ไม่ต้องมี article ใดๆ
เมื่อกล่าวเป็นการชี้เฉพาะ จะต้องใช้ the นำหน้าเสมอไม่ว่าจะเป็นนามเอกพจน์หรือพหูพจน์ เป็นนามนับได้หรือไม่ได้

Articles แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ

Indefinite Article ได้แก่ a และ an ใช้นำหน้านามนับได้ ( Countable Nouns ) เอกพจน์ทั่วๆไป ( Singular )
Definite Article ได้แก่ the ซึ่งใช้นำหน้าคำนามนับได้ ( Countable Nouns ) และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ทั้งรูปเอกพจน์ Singular ) และพหูพจน์ ( Plural ) เพื่อให้นามนั้นมีความหมายเฉพาะเจาะจง
การใช้ Indefinite Article : a, an

1. ใช้ a นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะและมีความหมายทั่วไปในความหมาย หนึ่ง โดยไม่ต้องการเน้นจำนวน เช่น a woman, a dog, a dentist, a newspaper, a city , a book , a shop เช่น

He is reading a newspaper. เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์

2. ใช้ an นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ขึ้นต้นด้วยสระ และมีความหมายทั่วไป เช่น an orange, an umbrella, an hour, an article

It's raining.You will need an umbrella .ฝนกำลังตก คุณจะต้องมีร่มกันฝน.

หมายเหตุ

ถ้าคำนามนับได้ เอกพจน์ นั้นขึ้นต้นด้วยสระ แต่ว่าออกเสียงเป็นพยัญชนะ ให้ใช้ a เช่น a uniform, a university, a European, a eucalyptus ( ต้นยูคาลิบตัส ), a utensil, a union, a useful, a unit
ถ้าคำนามนับได้ เอกพจน์ นั้นมีคุณศัพท์นำหน้าขยาย ให้ดูดังนี้
-หากคำคุณศัพท์นั้นขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะก็ให้ใช้ a เช่น a sweet orange, a big umbrella
-หากขึ้นต้นด้วย เสียงสระให้ใช้ an เช่น an old city, an ugly woman เป็นต้น
ถ้าคำนามนั้นขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ แต่ออกเสียงเป็นสระ หรือมี adjective ที่ขึ้นต้นด้วยสระมาขยายข้างหน้านามนั้นให้ใช้ an เช่น
-ออกเสียงเป็นสระ เช่น an hour, an heir, an honor
-มีคุณศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยสระ เช่น an important person
3. ใช้ a, an นำหน้านามเอกพจน์ เมื่อกล่าวถึงคำนามนั้นเป็นครั้งแรก เช่น

There is a shop on the corner. มีร้านอยู่ 1 ร้านที่หัวมุม ( ใช้ a เพราะเป็นการพูดถึงครั้งแรก )

4. ใช้ a, an แทนพวก กลุ่ม หมู่เหล่า เช่น

A cow is an animal. วัวเป็นสัตว์ขนิดหนึ่ง
= Cows are animals.วัวเป็นสัตว์
An owl can see in the dark. นกเค้าแมวมองเห็นได้ในความมืด

5. ใช้ a, an ในการบอกอัตราต่อ 1 หน่วย ( per ) เช่น

She runs three miles a day. เธอวิ่งวันละ 10 ไมล์ ( เป็นกิจวัตร )
I go to the cinema about once a month. ฉันไปดูภาพยนต์ประมาณเดือนละครั้ง

6. ใช้ a, an หน้าชื่อเฉพาะของผู้มีชื่อเสียงที่รู้จักทั่วไป เพราะมีคุณสมบัติ ความสามารถ หรืออุปนิสัยเหมือนผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบ

He is an Einstein. เขาเป็นคนฉลาดเหมือนไอน์สไตน์
He is a Soontorn Poo of our school. เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่ง ( เหมือนสุนทรภู่) ของโรงเรียนเรา
หมายเหตุ แต่ถ้าใช้ the แทน a หมายความว่าคนเช่นนั้นมีคนเดียว
He is the Soontorn Poo of our school. เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่งของโรงเรียนเรา ( เพียงคนเดียว)
He is the Khun Phaen of our family. เขาเป็นคนเจ้าชู้( เหมือนขุนแผน)คนเดียวในครอบครัวเรา

7. ใช้ a, an นำหน้าคำนามที่เป็นสำนวนในประโยคอุทาน เช่น

What a pity !น่าสงสารจัง
What a shame ! น่าอายจัง !

8. ใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่กล่าวถึงการเป็นสมาชิกของกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา

My father is a teacher. อาชีพ
Robert is an American. เชื้อชาติ
John is a Catholic. ศาสนา

9. ใช้ a, an แทนจำนวน หนึ่งหน้าคำนามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการนับจำนวนหรือแสดงจำนวนมาก

a dozen of eggs. ไข่จำนวน 1 โหล
a gross of pens ปากกาจำนวน 12 โหล
a lot of people ประชาชนจำนวนมาก
a number of friends เพื่อนจำนวนมาก

10. ใช้ a, an นำหน้านามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย โครงสร้างคือ have + a+ อาการเจ็บป่วย

have a headache ( ปวดหัว ) have a pain in the chest ( เจ็บหน้าอก )
have a stomachache ( ปวดท้อง ) have a cold ( เป็นหวัด )
have a toothache ( ไม่มี a ก็ได้ ) ( ปวดฟัน ) have a fever ( เป็นไข้ )

ยกเว้นถ้าเป็นชื่อโรค ไม่ใช้ a, an เช่น

rheumatism( โรคปวดข้อ ) diabetes ( เบาหวาน )
influenza (ไข้หวัดใหญ ) ่cancer ( มะเร็ง )

เช่น

He had an itch in the middle of his back .เขามีอาการคันที่กลางหลัง
He had a pain in the neck. เขามีอาการปวดคอ
She is suffering from rheumatism. เธอกำลังทุกข์ทรมานด้วยโรคปวดข้อ

11. ใช้ a,an ในสำนวนที่มีคำต่อไปนี้นำหน้าคือ such, quite, rather, many

We didn't expect such a hot day. เราไม่ได้คาดว่ามันจะเป็นวันที่อากาศร้อนเช่นนี้
He is quite a good boy. เขาเป็นเด็กดีทีดียว
It was rather a short trip. มันเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างสั้น
Many a place in Thailand impressed them. สถานที่หลายแห่งในประเทศไทยประทับใจพวกเขามาก

12. ใช้ a, an หลังโครงสร้างต่อไปนี้

so + adjective+a + นามนับได้ เอกพจน์ ( such a+ นาม ) เช่น
We didn't expect so great a crowd. .เราไม่คาดคิดว่าจะมีคนมากมายอย่างนี้

too + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์
This is too hard a job for him. นี่เป็นงานหนักเกินไปสำหรับเขา

however + adjective + a + นามนับได้เอกพจน์
However nice a girl she is, he never like her. ไม่ว่าเธอจะเป็นคนน่ารักอย่างเขาก็ไม่ชอบเธอ

as + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์+ as
She is as good a student as you are.เธอเป็นนักเรียนที่ดีเช่นเดียวกับคุณ

13. สำนวนในภาษาอังกฤษที่ใช้ a,an

all of a sudden ทันใดนั้น in a hurry/rush อย่างเร่งรีบ
as a matter of fact อันที่จริงแล้ว in a good/bad mood อารมณ์ดี/เสีย
as a rule ตามปกติ โดยทั่วไป keep an eye on เฝ้าดู
do a favor ช่วยเหลือ make a decision ตัดสินใจ
earn a living หาเลี้ยงชีพ make a living หาเลี้ยงชีพ
give an idea ให้ความคิด make a mistake ทำผิด
go for a walk เดินเล่น make a noise ทำเสียงดัง
go for a ride นั่งรถเล่น make a speech กล่าวสุนทรพจน์
have a good time สนุกสนาน make a wish อธิษฐาน
have a hair cut ตัดผม make a fool of ทำให้ขายหน้า
it's a shame น่าขายหน้า make a request ขอร้อง
it's a pity that น่าเสียดาย,น่าสงสาร tell a lie, tell lies โกหก
take a trip เดินทาง take a look at มอง ดู
take a picture ถ่ายรูป keep a secret เก็บเป็นความลับ
take a seat นั่ง in a position to อยู่ในฐานะที่จะ
with a view to เพื่อจะทำให้ on a large scale อย่างมาก
on an/the average โดยเฉลี่ย make a remark ให้ข้อสังเกต
a couple of สองสาม play a joke on ล้อเล่น

การใช้ a/an และ one

ที่ผ่านมาเป็นการใช้ a/an กับนามนับได้ในความหมายของสิ่งเดียว ( singular ) บางครั้งที่เราต้องการเน้นตัวเลข สามารถใช้ one กับนามนับได้เอกพจน์ เช่น

We'll be in Australia for one ( or a ) year. เราจะอยู่ในออสเตรเลีย 1 ปี
She scored one ( or a ) hundred and eighty points. เธอได้คะแนน 168 คะแนน

จะใช้ one เท่านั้นเมื่อ

ต้องการที่จะเน้นว่าสิ่งที่กล่าวถึง มี/เป็น เพียง 1 ไม่ใช่ 2,3,4...... เช่น
Do you want one sandwich or two? คุณต้องการแซนด์วิช 1 หรือ 2 อัน
Are you staying just one night ? คุณจะพักค้างคืนวันเดียวหรือ

ใช้ one ในรูปแบบ one ...other / another เช่น
Close one eye, and then the other. ปิดตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงปิดอีกข้าง
Bees carry pollen from one plant to another. ผึ้งนำเกสรดอกไม้จากต้นหนึ่งไปอีกต้น





Adjectives (Articles - the )




The เป็น article ที่เมื่อใช้นำหน้านามทั้งนับได้ นับไม่ได้ เอกพจน์ หรือพหูพจน์แล้ว จะทำให้นามนั้นมีความหมายชี้เฉพาะเจาะจงทันที มีหลักสำคัญดังนี้

ใช้ The นำหน้านามเอกพจน์และพหูพจน์ที่ชี้เฉพาะเจาะจง เนื่องจากมีข้อความประกอบอยู่ ข้อความที่ประกอบอาจนำหน้าด้วย in, at, on หรือ preposition ,วลี ( phrase ) , หรืออนุประโยค ( clause ) อื่นๆ เช่น
Tom sat down on a chair. ทอมนั่งลงบนเก้าอี้( ซึ่งอาจจะมีหลายตัวในห้องนั้น )
Tom sat down on the chair nearest the door. ทอมนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด( เฉพาะเจาะจง )

Ann is looking for a job. แอนกำลังหางานทำ ( เป็นการพูดไม่เฉพาะเจาะจง )
Did Ann get the job she applied for? แอนได้งานที่เธอไปสมัครไว้หรือไม่ (เฉพาะเจาะจง)

The man who wrote this book is famous. ผู้ชายที่เขียนเรื่องนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียง ( เฉพาะเจาะจง )

ใช้ The หน้านามซึ่งชี้เฉพาะโดยปริยายเนื่องจากผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงสิ่งไหน หรือพูดถึงบุคคลใด เช่น
Have you got a car ? คุณมีรถหรือไม่ ( ใช้ a เพราะไม่ระบุเฉพาะเจาะจง )แต่
I cleaned the car yesterday. ฉันล้างรถเมื่อวานนี้ . (ใช้ the ในกรณีผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงรถของผู้พูด)

The house needs to be painted. บ้านนี้ควรจะทาสีใหม่ได้แล้ว
( ใช้ the house ในกรณีที่ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจตรงกันว่าเป็นบ้านหลังไหนถึงแม้จะเป็นการพูดถึงครั้งแรก
เช่น อาจจะกำลังพูดในบ้านหลังนั้นก็ได้ )

“I would like a glass of water, please,” John said. จอห์นพูดว่าขอน้ำผมสักแก้วได้ไหม
“I put the glass of water on the counter already” Jane said
เจนตอบว่า ฉันเอาแก้วน้ำวางให้บนเคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้ว




ข้อยกเว้น ถ้ามีคำขยาย ( modifier ) อยู่ระหว่าง article และคำนาม article นั้นจะยังคงรูปไม่เฉพาะเจาะจง ดังนี้
“I would like a big glass of water, please,” ( มี big อยู่ระหว่าง a ( article ) และ glass ( นาม )
“ I put a big glass of water on the counter already” ยังคงใช้ a ซึ่งเป็นรูปไม่เฉพาะเจาะจง

ใช้ The เมื่อเป็นการพูดถึงในครั้งต่อมา เป็นการต่อเนื่อง
I saw a funny-looking dog yesterday. When it saw my cat, the dog ran away.
ฉันเจอสุนัขหน้าตาตลกดีตัวหนึ่งเมื่อวานนี้ พอมันเจอแมวของฉันมันก็วิ่งหนีไป
( ใช้ a ในประโยคแรกเพราะพูดถึงเป็นครั้งแรก ผู้ฟังไม่รู้ว่าสุนัขตัวไหน แต่เมื่อพูดประโยคต่อไปใช้ the dog
เพราะทั้งผู้ฟังและผู้พูดรู้ว่าหมายถึงสุนัขตัวไหน
I went to a movie last night. The movie was very good. ฉันไปดูภาพยนตร์เมื่อคืนนี้ เป็นภาพยนต์ที่ดีมาก

ใช้ The กับนามเอกพจน์นับได้ที่มีความหมายถึงนามนั้นทั้งจำพวก หรือเป็นตัวแทนของชนิด ( class ) เดียวกัน มีลักษณะเป็นนามธรรม ( abstract ) เช่น
The tiger is a dangerous animal . เสือเป็นสัตว์ที่อันตรายมาก ( เสือในความหมายทั่วไปซึ่งเป็นสัตว์อย่างหนึ่ง )

เปรียบเทียบกับประโยคต่อไปนี้ ซึ่งมีความหมายคล้ายกัน
A tiger is a dangerous animal ( เสือตัวไม่ว่าตัวไหนก็ตาม เป็นสัตว์อันตราย )
Tigers are dangerous animals.( เสือทุกตัวเป็นสัตว์อันตราย )

The computer is an important research tool. คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัยในการทำวิจัย
สามารถใช้ประโยคต่อไปนี้แทนได้
A computer is an important research tool. เพราะคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวก็สามารถทำงานวิจัยได้

แต่ประโยคต่อไปนี้จะใช้ a ไม่ได้
The computer has revolutionized publishing. คอมพิวเตอร์ทำให้เกิดวิวัฒนาการของการพิมพ์ .
( ไม่ใช้ A computer has revolutionized publishing ซึ่งคอมพิวเตอร์ในนี้ที่หมายถึงคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง
ไม่สามารถทำให้เกิดวิวัฒนาการของการพิมพ์ได้ )
The bicycle is an excellent means of transport. รถจักรยานเป็นพาหนะการเดินทางที่ยอดเยี่ยม
( ใช้ The bicycle ในฐานะเป็นชนิดของยานพาหนะ ไม่ใช่ในฐานะจักรยานคันหนึ่งคันใด)

The giraffe is the tallest of all animal . ยีราฟเป็นสัตว์ที่สูงที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหมด.
( ยีราฟในฐานะเป็นสัตว์อย่างหนึ่ง)

เปรียบเทียบกับประโยคนี้
We saw a giraffe at the zoo. เราเห็นยีราฟตัวหนึ่งที่สวนสัตว์

The golden retriever is a marvelous pet for children.
สุนัขพันธุ์โกลเดนรีทรีฟเวอร์เป็นสัตว์เลี้ยงที่วิเศษสำหรับเด็ก
(สุนัขพันธุ์โกลเดนรีทรีฟเวอร์โดยทั่วไป )

The dollar is the currency (= money) of the United State. ดอลลาร์เป็นสกุลเงินตราของสหรัฐอเมริกา

When was the telephone invented. ได้มีการคิดค้นโทรศัพท์ขึ้นมาได้เมื่อใด

Do you often listen to the radio? คุณฟังวิทยุบ่อยไหม
แต่ television ไม่มี the เช่น I often watch television ฉันดูโทรทัศน์บ่อย
ยกเว้นในกรณีที่หมายถึงเฉพาะเจาะจง เช่น
Can you turn off the television, please? กรุณาปิดโทรทัศน์ให้หน่อย
the television ในที่นี้หมายถึง the television set

I often go to the cinema but haven’t been to the theater for ages.
ฉันไปดูภาพยนต์บ่อยแต่ไม่ได้ดูละครเวทีมานานแล้ว ( นามธรรม)

เปรียบเทียบกับประโยคต่อไปนี้
There isn’t a cinema in this town. เมืองนี้ไม่มีโรงภาพยนต์รเลย ( รูปธรรม )
I like the screen more than the stage. ฉันขอบหนังมากกว่าละคร (นามธรรม)

ข้อยกเว้น : the ไม่ใช้กับ man ในความหมายแทนเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น ดังนี้
Man has invented many things. ไม่ใช้ the man
The dolphin may be as intelligent as man. ไม่ใช้ the man แต่โปรดสังเกตว่าใช้ the dolphin

หลักเกณฑ์เดียวกันนี้ใช้กับ อุปกรณ์ดนตรี เช่น the guitar , the piano, the violin เช่น
Can you play the guitar.
The piano is my favorite instrument.
Who is playing the violin.

เปรียบเทียบกับประโยคต่อไปนี้ซึ่งนามเอกพจน์ดังกล่าวมีความหมายทั่วๆไปเป็นรูปธรรม
I’d like to have a guitar. ฉันอยากได้กีตาร์สักตัวหนึ่ง

ใช้ the กับคุณศัพท์ ( โดยไม่มีคำนาม )แต่ทำหน้าที่เป็นคำนาม เมื่อต้องการกล่าวถึงกลุ่มคนต่างๆ ( มีความหมายเป็นพหูพจน์ ) เช่น the young , the elderly, the poor,the rich, the homeless, the disabled the dead , the sick. the injured, the blind เช่น
Do you think the rich should pay more taxes to help the poor?
คุณคิดว่าคนรวยควรจะต้องเสียภาษีมากขึ้นเพื่อช่วยคนจนหรือไม่

The homeless need more help from the government.
พวกคนเร่ร่อน ( ไม่มีที่อยู่อาศัย) ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลมากกว่า

The injured were taken to the hospital last night.
ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อคืนที่แล้ว

ใช้ the นำหน้าคำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นคำนามแสดงสัญชาติ ซึ่งหมายถึง”ประชาชนของทั้งประเทศ” นั้น ที่ลงท้ายด้วยเสียง ch, s,sh, หรือ z และ -ese เช่น the French, the Irish, the English, the Dutch, the Chinese, the Japanese เช่น

The French are famous for their food. ชาวฝรั่งเศสมีชื่อเสียงในด้านอาหารมาก
The Irish are known as poets and song writers. ชาวไอริชมีชื่อเสียงในด้านบทกวีและบทเพลง
คำเหล่านี้ มีความหมายเป็นพหูพจน์ เมื่อจะใช้เป็นเอกพจน์ต้องใช้ A French man, an English woman
สำหรับคำที่ลงท้ายด้วย -ese เช่น the Chinese , the Japanese เป็นต้น มีความหมายเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ได้
แต่เมื่อใช้เป็นเอกพจน์เท่านั้นต้องใช้ a Chinese , a Japanese.
The Chinese are very hard-working. ชาวจีนเป็นผุ้ที่ทำงานหนัก

แต่คำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นคำนามแสดงสัญชาติที่ลงท้ายนอกเหนือไปจากหลักเกณฑ์ข้างต้น เมื่อเป็นพหูพจน์จะต้องเติม s ท้ายคำนามนั้น
และนิยมใช้โดยไม่มี the ( แต่อาจมีก็ได้ ) เช่น
Argentineans like to eat beef. ชาวอาร์เจนตินาชอบกินเนื้อวัว
Canadians have a tradition of playing hockey. ชาวแคนาดามีประเพณีการเล่นฮ๊อกกี้

หมายเหตุ เป็นคำคุณศัพท์แสดงภาษา ไม่ต้องมี article เช่น
English is spoken here. ที่นี่พูดภาษาอังกฤษ
I am learning Chinese. ฉันกำลังเรียนภาษาจีน

แต่ถ้ามีคำนามประกอบจะต้องมี the ด้วย เช่น
He can speak the English language.

ใช้ the กับคุณศัพท์ขั้นสูงสุด คือ Superlative Degree เมื่อนำไปใช้ประกอบนามหรือขยายหน้านาม แสดงลำดับที่ เช่น
She is the prettiest girl in town. เธอเป็นคนสวยที่สุดของเมืองนี้
That was the most important news of the day. นั่นเป็นข่าวสำคัญที่สุดของวันนี้
This hotel was the cheapest I could find. โรงแรมนี้ราคาถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้
เมื่อ most นำหน้าคุณคัพท์ในความหมายว่า มากที่สุด ( very , extremely ) สามารถใช้ a กับนามเอกพจน์นับได้
และไม่มี article เลยกับนามพหูพจน์และนามนับไม่ได้ เช่น
He was a most peculiar – looking man. = very peculiar-looking เขาเป็นคนหน้าตาประหลาดที่สุดที่เคยเห็นมา
( ใช้ a กับนามเอกพจน์ นับได้ )
It was most expensive wine. = extremely expensive มันเป็นไวน์ที่มีราคาแพง
( ไม่มี article กับนามนับไม่ได้ )

ใช้ the กับคุณศัพท์บอกลำดับที่ เมื่อนำไปใช้ประกอบนาม หรือขยายหน้านาม เช่น the first , the last , the second
Jane is the second child of her family. เจนเป็นลูกคนที่สองของครอบครัวเธอ
หมายเหตุ
*ชื่อถนนที่มีลำดับ ไม่ต้อง มี the เช่น He lives on Fifth Avenue. เขาอาศัยอยู่ที่ถนนฟิฟท์อเวนิว
*ถ้าคุณศัพท์บอกลำดับที่ นำมาใช้อย่างคำนาม ไม่ต้องใช้ the เช่น
Who want to speak first? ใครอยากจะพูดเป็นคนแรก

ใช้ the กับสำนวนการเปรียบเทียบขั้นกว่า ( Comparative Degree ) ของการกระทำ 2 อย่างที่เท่าเทียมกัน โดยใช้ the นำหน้าคุณศัพท์ขั้นกว่าทั้ง 2 แห่ง โครงสร้างคือ
the + คุณศัพท์ขั้นกว่า…., + the + คุณศัพท์ขั้นกว่า……. เช่น
The more you have, the more you want. ยิ่งมีมาก ยิ่งต้องการมาก
The farther we went, the lonelier we felt. ยิ่งไปไกล (ก้าวหน้า) เท่าไร ยิ่งโดดเดี่ยวมากขึ้น

ใช้ The กับคำนามที่มีเพียงสิ่งเดียว และเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น
the moon, the sun, the earth, the universe, the ground, the sky, the wind
the sea, the weather, the climate, the atmosphere, the environment
the public, the future, the past, the country
ข้อยกเว้น
*เมื่อต้องการบรรยายเฉพาะเจาะจง สามารถใช้ a ได้ เช่น
ใช้ the - She could hear the wind blowing outside. เธอได้ยินเสียงลมพัดอยู่ข้างนอก ( ลมทั่วไป )
ใช้ a - There is a cold wind blowing from the north. มีลมหนาวพัดมาจากทางเหนือ ( เจาะจง )
ใช้ the - What are your plans for the future? เธอมีแผนการสำหรับอนาคตอย่างไร
ใช้ a - She dreamt of a future where she can spend more time traveling.
เธอฝันถึงอนาคตซึ่งเธอจะมีเวลามากพอสำหรับการท่องเที่ยว

*Space เมื่อหมายความถึง ห้วงอวกาศในจักรวาล ไม่มี article
There are millions of stars in space.
แต่ถ้าหมายถึง ที่ว่าง สามารถใช้ the
I tried to park my car but the space was too small.

ใช้ the กับตำแหน่งสำคัญ หรือตำแหน่งที่ทุกคนรู้ว่าหมายถึงใคร เช่น the Priminister- นายกรัฐมนตรี, the President -ประธานาธิบดี (ของประเทศนั้น), the King , the Queen ( ของประเทศนั้น แต่ถ้าเขียนรวมกันใช้ the King and Queen ไม่ใช้ the King and the Queen ) หรือ the president- ประธานบริษัท ( ของบริษัทนั้น- ไม่ใช้ตัวใหญ่ ) the principal อาจารย์ใหญ่ ( ของโรงเรียนนั้น)
แต่ถ้า ตำแหน่งนั้นมีชื่อตามหลัง ไม่ต้องใช้ the นำหน้า เช่น President George W. Bush , Priminister Taksin Shinawat

ใช้ the นำหน้าชื่อทิศทางเมื่อต้องการใช้อย่างคำนาม เช่น the north , the east, the left, the right
You must turn to the right at the corner. คุณต้องเลี้ยวขวาที่หัวมุม
He is going to the south and I am going to the north. เขาจะไปทางใต้ ส่วนฉันจะไปทางเหนือ
แต่หากเป็นชื่อทิศที่เป็นชื่อภาค ต้องมี the และนำด้วยอักษรตัวใหญ่
The climate is drier in the North-east .อากาศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห้ง ( กว่าภาคอื่นในประเทศ )

ข้อยกเว้น
1. ใช้อย่างคุณศัพท์ ไม่ต้องมี the แต่เปลี่ยนรูปเป็น southern , northern เช่น
Sweden is in northern Europe, Spain is in the south .
สวีเดนอยู่ทางเหนือของยุโรป ส่วนสเปนอยู่ทางใต้
( ประโยคแรก northern ใช้อย่างคุณศัพท์ ประโยคหลัง the south ใช้อย่างคำนาม )
2. ถ้าใช้อย่างกริยาวิเศษณ์ ( adverb ) ไม่ต้องมี the
You must turn right at the corner. คุณจะต้องเลี้ยวขวาที่หัวมุม ( right ขยายกริยา turn )
He is going south and I am going north ( south และ north ขยายกริยา going )

ใช้ the นำหน้าคำ appositive ซึ่งเป็นคำนามตามด้วย preposition phrase เช่น
Bangkok , the capital of Thailand, is a populous city. กรุงเทพเป็นเมืองหลวงมีประชากรหนาแน่น
( capital เป็นคำนาม of Thailand เป็น prepositional phrase,
the capital of Thailand เป็น appositive ขยาย Bangkok)
Mr.Somchai, the president of our club , was known for his inspirational speeches.
คุณสมชายซึ่งเป็นประธานคลับของเราได้ชื่อว่ามีสุนทรพจน์ที่โน้มน้าวใจคนฟัง
(of our club เป็น prepositional phrase, the president of our club เป็น appositive )

ใช้ the กับคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะของคน มีรูปเป็นพหูพจน์และหมายถึงคนทั้งหลายในครอบครัวนั้น เช่น
The Robinsons go to church every Sunday. ครอบครัวโรบินสันไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์
The James are really nice people. ครอบครัวเจมส์เป็นคนน่ารัก


ชื่อฤดู ถ้าใช้เดียวๆ ไม่ต้องมี the นำหน้า แต่ถ้าใช้ในรูปวลี ( phrase ) ต้องใช้ the เช่น in the summer แต่ถ้าเป็นฤดูที่นำคำธรรมดามาตั้งชื่อ ต้องใช้ the นำ เช่น the dry season, the rainy season, the hot season


ใช้นำหน้าสำนวนต่อไปนี้
ขั้นตอน : the beginning , the middle, the end
ลำดับเวลาต่อเนื่อง: the past , the present , the future
ภาคเวลาของวัน: in the morning, in the afternoon, in the evening
ยกเว้น at noon, at night, at midday, at midnight ไม่ต้องใช้ the


ใช้ The นำหน้านามที่เป็นชื่อส่วนต่างๆของร่างกายเมื่อกล่าวถึงเป็นการทั่วไป เช่น the hair , the head, the neck, the leg


ใช้ the นำหน้านามที่เป็นสำนวนของการ ชั่ง ตวง วัด ที่มี by นำหน้า เช่น
We sell cloth by the yard .เราขายผ้าเป็นหลา
We sell fruit by the kilo. เราขายผลไม้เป็นกิโล


ใช้ the กับชื่อเฉพาะ ( proper noun)
*ชื่อเฉพาะของลักษณะทางภูมิศาสตร์ได้แก่ แม่น้ำ มหาสมุทร ทะเล อ่าว คลอง ช่องแคบ คาบสมุทร ทะเลทราย หมู่เกาะ เทือกเขา กลุ่มทะเลสาบ แหลม ป่า
แม่น้ำ : the Chow Praya (River ) , the Nile, the Thames, the Mississippi
มหาสมุทร: the Pacific ( Ocean ), the Atlantic ( Ocean ), the Indian Ocean,
ทะเล : the Mediterranean (Sea) , the Dead Sea, the China Sea, the Red Sea
อ่าว : the Gulf of Thailand , the Gulf of Mexico, the Persian Gulf
คลอง : The Suez ( Canal ), the Panama ( Canal )
ช่องแคบ: the English Channel, the Straight of Malacca, the Straight of Gibraltar
คาบสมุทร : the Indo-China Peninsula, the Scandinavian Peninsula, the Iberian Peninsula
ทะเลทราย: the Sahara ( Desert ) , the Gobi (Desert)
แหลม : the Cape of Good Hope ( แต่ถ้าไม่มี of ไม่ต้องใช้ the เช่น Cape Canaveral )
ป่า: the Black Forest ,the Redwood Forest, the Amazon Forest.

*เมื่อต้องการบรรยายเฉพาะเจาะจง สามารถใช้ a ได้ เช่น ชื่อเฉพาะที่ได้มาจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ : the Equator, the North Pole, the South Pole, the Middle East, the Great Barrier Reef


ใช้ the กับชื่อเฉพาะต่อไปนี้ถ้าเป็นรูปพหูพจน์ เช่นหมู่เกาะ และไม่ต้องมี the ถ้าเป็นเอกพจน์

the +รูปพหูพจน์ ไม่มี the + รูปเอกพจน์
เกาะ the West Indies, the Philippines, the Canary Islands, the Bahamas, Easter Island, Key West ,Ceylon , Sumatra
ภูเขา the Himalayas, the Alps, the Rockies ( หรือ the Rocky Mountains ), the Andes Mount Everest ,Mount Fuji, Mount Etna
ทะเลสาบ the Great Lakes
the Finger Lakes (ในรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา)
Lake Michigan, Lake Huron , Lake Superior
ประเทศ the Netherlands, the Philippines, the United States of America Japan, Italy, Mexico, Canada Germany, Thailand, England
ยกเว้นถ้าใช้กับ Kingdom, Republic มี the เช่น
The Kingdom of Thailand
The United Arab Republic
The united Kingdom
The Dominican Republic
The Czech Republic



ใช้ the กับชื่อสถานที่และสิ่งของสำคัญ
พิพิธภัณฑ์ : the British Museum, the Smithsonian Institution, the Louvre
ห้องสมุด : the National Library of Medicine , the Library of Congress, the British Library ,the John F. Kennedy Library. The Lyndon Baines Johnson Library

โรงแรม: the Erawan Hotel, the Hilton Hotel
โรงภาพยนต์/ละคร the Scala theater, the National Theater,
ภัตราคาร: the Ban Thai Restaurant
องค์กร the European Union, the BBC ( the British Broadcasting Corporation ),
the Siam Commercial Bank, the Bangkok Bank , the Rockefeller Foundation,
the Football Association of Thailand, the Bangkok Rotary Club , the Army, the Navy
หนังสือพิมพ์รายวัน the Bangkok Post, the Thai Rath, the Washington Post,
the Eiffel Tower, the Taj Mahal, the Victory Monument, the White House, >
>อาคาร สิ่งก่อสร้างสำคัญ the Empire State Building, the Vatican
the Civil War, the Vietnam War, the French Revolution, the Renaissance,
เหตุการณ์/ยุคสำคัญ : the Fourth of July ( วันชาติสหรัฐอเมริกา )
หนังสือสำคัญ: เช่น the Bible, the Tripitaka ( พระไตรปิฎก )


หลักโดยทั่วไปคำนามทีมี ….of…..ส่วนมากมี the
the Bank of Thailand, the Tower of London, the House of Parliament, the Great Wall of China,
the University of London ( แต่ถ้าใช้ London University ไม่มี the ), the Statue of Liberty
คำนามที่ไม่ต้องใช้ article

ในหัวข้อนี้จะสรุปรวมเรื่องคำนามที่ไม่ต้องใช้ article ทั้งหมด รวมทั้งที่ได้อธิบายไว้แล้วในหัวข้อ การใช้ the และการใช้ a/an ด้วย

ไม่ใช้ article กับคำนามต่อไปนี้
1. นามที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีวลี ( phrase ) หรืออนุประโยค ( clause ) อื่นใดมาขยายเพื่อให้เป็นการเฉพาะตามหลัง

นามพหูพจน์
( countable noun, plural ) Flowers really brighten up the room. ดอกไม้ทำให้ห้องดูสว่างไสวขึ้น
Tigers are dangerous animals. เสือเป็นสัตว์อันตราย
นามนับไม่ได้
( uncountable noun ) Anger is a destructive emotion. ความโกรธเป็นอารมณ์ทีทำให้เกิดหายนะ
( ไม่ใช่ the anger )
Experience is the best teacher. ประสบการณ์เป็นครูที่ดีที่สุด
( ไม่ใช่ the experience )
The price of oil has stabilized recently. เมื่อเร็วๆนี้ราคาน้ำมันอยู่คงตัว

2. วิชา ( subjects ) เช่น mathematics, physics, biology ,history, computer science

My daughter is good at mathematics.
ข้อยกเว้น ถ้านำชื่อวิชาไปใช้อย่างคุณศัพท์ประกอบหน้าคำนามตัวอื่นต้องใช้ the เช่น
I think the physics subject is difficult.

3. กีฬา ( sports ) เกม ( games ) เช่น volleyball, hockey. football, tennis,swimming

Let's play football. มาเล่นฟุตบอลกันเถอะ

4. ภาษา (languages ) ทั้งหมด และสัญชาติ ( nationalities )ของประชาชนที่ใช้อย่างคำคุณศัพท ์( adjective)
เช่น French, English, Chinese

French is spoken in Tahiti. มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสในตาฮิติ
He is Chinese. เขาเป็นคนจีน ( ใช้อย่างคำคุณศัพท์ )
( แต่ถ้าใช้ He is a Chinese. เขาเป็นคนจีน เป็นการใช้อย่างใช้อย่างคำนาม )

5. มื้อของอาหาร ( meals ) เช่น breakfast, lunch , dinner

Breakfast is the first meal of the day.

6. ชื่อคน ( names ) รวมทั้งที่มียศ ตำแหน่ง ฐานะด้วยที่เป็นเอกพจน์ เช่น John ,Nelson Mandela
Dr. Watson, Ladda , Prince Charles, President Nixon, Aunt Elizabeth, Uncle George.
( ยกเว้น the Pope และการใช้ที่มี...of… เช่น the Queen of England )

The name of Nelson Mandela is known all over the world.
ชื่อเนลสัน แมนเดลลาเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

7. ยานพาหนะทุกชนิด ที่ใช้ในการเดินทางโดยวางหลังpreposition by เช่น by bus , by train ,by bicycle , by taxi

I like to travel by train. ฉันชอบเดินทางโดยรถไฟ

8.ศาสนา ความเชื่อ ช่น Buddhism, Christianity, Communism, Socialism

Buddhism is a religion to about 300 million people around the world.
ศาสนาพุทธมีคนนับถือทั่วโลกประมาณ 300 ล้านคน

9. เทศกาล เช่น Christmas, Songkran Festival

He had been rushing home from a meeting in Washington to be with his family on Christmas.

10.วัน เดือน ปี ช่น on Monday , on Friday, in January, in November และ next / last +period of time
เช่น next week, next month , last year เช่น

Please come back again on Monday.
I’m going on vacation next week.
I was born in 1960.

11.สถานที่ พื้นที่

ทวีป เช่น Asia , Europe, Africa ( แต่ถ้ามี of.. ใช้ the ด้วย เช่น the Continent of Asia )
ภูเขา; เช่น Mount Everest, Mount Eden , Doi Sutep Ladda’s going to Doi Sutep next month.
ประเทศ ถ้าเป็นเอกพจน์ เช่น France, Japan , Thailand , Malaysia, India France is next to Switzerland.
เมือง รัฐ Bangkok, Tokyo, Washington , London, Texas , Louisiana, Queensland Queensland is in Australia.
โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย เช่น Horwang School, Chulalongkorn University, Stanford University My husband is an Associate Professor at Chulalongkorn University.
โบสถ์ วัด ปราสาท เช่น Exeter Cathedral, Buckingham Palace Buckingham Palace is the official London residence of the Queen .
สนามบิน สถานีรถไฟ เช่น Don Muang Airport, O’Hare International Airport , Hua Lum Pong Station, O'Hare International Airport is located 20 miles northwest of downtown Chicago.
สวนสาธารณะ สวนสัตว์ เช่น Central Park, Hyde Park, Lumpini Park, Dusit Zoo. How Big is Central Park? The answer is 843 Acres.
ถนน วงเวียน สแคว์ เ ช่น Sukhumvit Road,Wall Street , Siam Square, Times Square, Piccadilly Circus Times Square New Year's Eve celebration was first held in 1904.
ชื่อร้านค้า เช่น Boots ( ร้าน บูตส์ ) Smith’s ( ร้านสมิธ ) Can you go to Boots for me ?


12. คำนามต่อไปนี้ ถ้าใช้ในความหมายของการทำกิจกรรมนั้นๆ ไม่ต้องมี the แต่ถ้าหมายถึงสถานที่ของกิจกรรมนั้นๆ
ต้องมี the เช่น school, hospital, bed, church, prison, hospital, university

My daughter goes to school at 06:00 am every day. ลูกสาวฉันไปโรงเรียนตั้งแต่ 6 โมงเช้าทุกวัน
(ไปเพื่อเรียนหนังสือ )
I go to the school sometimes to meet her teachers. ฉันไปโรงเรียนของลูกบางครั้งเพื่อพบครูของลูก
( ไปที่ตัวโรงเรียนซึ่งลูกเรียนอยู่ )

Ken’s brother is in prison for robbery. น้องชายของเคนติดคุกในข้อหาโจรกรรม
Ken went to the prison to visit his brother. เคนไปเยี่ยมน้องชายที่คุก

Jack had an accident last week. He was taken to hospital.
แจ็คประสบอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ( เพื่อการรักษา )
Jill has gone to the hospital to visit Jack. จิลไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมแจ็ค ( ไม่ใช่ไปรับการรักษา )

นอกจากนี้ยังมีคำ work และ home ที่ไม่ใช้ articles

Ann didn’t go to work yesterday.แอนไม่ได้ไปทำงานเมื่อวานนี้
What time do you usually finish work? โดยปกติคุณเลิกงานกี่โมง
It’s late. Let’s go home. ดึกแล้ว กลับบ้านเถอะ
Will you be at home tomorrow afternoon?.คุณจะอยู่บ้านตอนบ่ายพรุ่งนี้หรือเปล่า

13. การใช้ในลักษณะพิเศษ เป็นการใช้ที่มีการละ articles ไว้เป็นที่เข้าใจ เช่น

พาดหัวข่าวหนังสื่อพิมพ์ : MAN KILLED ON MOUNTAIN
ประกาศ โปสเตอร์: SUPER CINEMA, RITZ HOTEL
คำแนะนำ: Open packet at other end
จดรายการ (ที่ต้องทำ เป็นต้น ) :

- take car to garage
- buy groceries
- pay phone bill
Determiners Determiners คือคำที่บ่งบอกและ กำหนดคำนาม เป็นคำที่ใช้อย่าง adjectives ชนิดหนึ่งคือเป็นคำนำหน้า common nouns เพื่อให้เกิดความชัดเจน ยิ่งขึ้น คำที่ทำหน้าที่ deteminers จะมีความคล้ายคลึงกับคำที่ทำหน้าที่ pronouns ดังในตารางแสดงชนิดของ determiners เปรียบเทียบกับ pronoun

Determiner Pronoun
Articles ( คำนำหน้านาม ) เช่น a/an, the
Possesives ( คำแสดงเจ้าของ ) เช่น my ,your, his, her, its, our, their, the man's, Jim's เช่น mine, yours, his, hers, its, theirs
Demonstrative ( คำชี้เฉพาะ ) เช่น this, that, these, those เช่น this, that, these, those
Quantifiers ( คำแสดงปริมาณ ) เช่น all, enough, some, any, much, many, several, more,most, less, a lot of, a great/good deal of,a bit of, each, every, no, either, neither, few, little, เช่น all,enough, each, some, any, none
Numeral ( จำนวนตัวเลข ) เช่น one, two, three เช่น one, two, three

เปรียบเทียบการใช้ดังนี้
Possesive Adjective : This is my book. นี่เป็นหนังสือของฉัน
Possessive Pronoun: This book is mine. หนังสือนี้เป็นของฉัน

Demonstative Adjective :
Those film digitizers are very expensive.
(เครื่องฟิล์มดิจิไทเซอร์ ( ทำฟิล์ม เอกเรย์ เป็น file สามารถอ่านได้จากคอมพิวเตอร์ )เหล่านั้นราคาแพงมาก)
Demonstrative Pronoun:
Those are called film digitizers. เครื่องพวกนั้นเรียกว่า เครื่องฟิล์มดิจิไทเซอร์

ตารางต่อไปนี้เป็นการแสดงการใช้ determiners ต่างๆกับนามนับได้ ( countable Nouns ) และ นามนับไม่ได้ ( uncountable nouns ) เอกพจน์ ( singular ) และพหูพจน์ ( plural )

ชนิดของ Determiners countable nouns uncountable nouns
( singular )
singular nouns plural nouns
ไม่มี article - books milk
Indefinite article ( a/an ) a book - -
Definite article the book the books the milk
Possessive my/your book my/your books my/your milk
Demonstrative this book
that book these books
those books this milk
that milk
Quantifier every/each book
-
-
-
-
-
-
either/neither book
any book
no book
one book
-
all ( the ) books
many books
some books
( a ) few books
enough books
several books
both books
any books
no books
two/three books
-
all ( the ) milk
much milk
some milk
( a ) little milk
enough milk
-
-
any milk
no milk
-

Quantifiers

เป็นคำบ่งบอกและกำหนดคำนามในลักษณะของปริมาณ จำนวน ซึ่งอาจจะจำแนก quantifiers ออกได้เป็น 4 ชนิด

1. คำที่บ่งบอกปริมาณ จำนวนโดยรวม เช่น all, both, each,every
2. คำที่บ่งบอกปริมาณ จำนวนมาก เช่น many, much, a lot of , lots of , plenty of , a great/good deal of
3. คำที่บ่งบอกปริมาณ จำนวนปานกลางถีงน้อย เช่น
ปานกลาง: some
น้อย : a few,few, several, a little,litle, a bit of,less
4. คำที่บ่งบอกปริมาณ จำนวนในเชิงปฏิเสธ : เช่น any,either,neither, no


ที่มา http://suphat.igetweb.com/index.php?mo=3&art=105387

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น